ละครแอนิเมชัน 3 มิติ
สื่อโมชันแคปเจอร์
สิ่งพิมพ์ดิจิทัล
เสียงดิจิทัล
ภาพดิจิทัล/คลิปวิดีโอ
ข้อมูลศิลปินทางด้านนาฏศิลป์
เรื่องราวของนางอัปสร หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อัปสรสราญ ได้ถูกนํามาถ่ายทอด เป็นท่ารํา นางอัปสร โดย เครือจิต ศรีบุญนาค อาจารย์นาฏศิลป์วิทยาลัยครูสุรินทร์ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัย ราชภัฏสุรินทร์) ที่ได้ศึกษาเลียนแบบรูปแกะสลักตามปราสาทต่าง ๆ ได้สร้างชุดการแสดงรํา เพื่อเฉลิมฉลอง 100 ปี การฝึกหัดครูไทย วิทยาลัยครูสุรินทร์ขึ้น โดยใช้ชื่อว่า “อัปสรสราญ”
1 ด้านท่ารำ ท่ารำในระบำอัปสรสราญ มีท่ารำ 10 ท่า ประด้วย
ท่าที่ 1 ท่าเดินออก
ท่าที่ 2 ท่าพรมสี่หน้า และท่าไหว้
ท่าที่ 3 ท่าอ้อนวอน
ท่าที่ 4 ท่าฟ้อนถวาย
ท่าที่ 5 ท่าอวยพร
ท่าที่ 6 ท่าอัปสรฟ้อนบูชา
ท่าที่ 7 ท่าพรมสี่หน้า
ท่าที่ 8 ท่าปฐม
ท่าที่ 9 ท่าขอพร
ท่าที่ 10 ท่าพระอิศวรประทานพร
ท่าที่ 11 ท่าถวายดอกไม้
บทเพลงพื้นเมืองกันตรึมที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงชุดรําอัปสรสราญจํานวน 5 บทเพลง ได้แก่ 1) เพลงแห่หอม 2) เพลงอายัยลําแบ 3) เพลงแกวนอ 4) เพลงมงก็วลจองได 5) เพลงกัจปกา (สุริยะ สอนสุระ, 2563, ออนไลน์) ซึ่งล้วนเป็นบทเพลงที่มีท่วงทํานองไพเราะ และสอดคล้องกับ การรําอัปสรสราญแต่ละชุด เดิมทีเพลงกันตรึมเหล่านี้ ปรากฏอยู่บริเวณอีสานใต้มานานแล้วใช้สําหรับขับประกอบการแสดงบวงสรวงเวลามีการทรงเจ้าเข้าผี ประกอบการละเล่นพื้นเมืองต่าง ๆ แต่ปัจจุบันเพลงกันตรึมใช้เป็นการแสดงเพื่อความบันเทิงโดยทั่ว ๆ ไป (สํารวม ดีสม, 2564, 12 กุมภาพันธ,์ สัมภาษณ์)
การศึกษานาฏศิลป์พื้นเมืองในท้องถิ่นสุรินทร์เพื่อสร้างคุณค่าการรับรู้ด้วยชุดการเคลื่อนไหวแบบสามมิติ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสานสัมพันธ์เครือข่ายทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ถ่ายทอดท่ารำมาตรฐาน พัฒนาชุดการเคลื่อนไหวแบบสามมิติในรูปแบบระบบฐานข้อมูล และศึกษาคุณค่าการรับรู้ตลอดจนการคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์พื้นเมืองในท้องถิ่นสุรินทร์ ชุด “เรือมอัปสรสราญ” คณะผู้วิจัยได้บูรณาการทำงานร่วมกับเครือข่ายวัฒนธรรมจาก 5 จังหวัด (สุรินทร์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด) จัดกิจกรรม “รวมพล คนอัปสรา” และลงพื้นที่ชุมชนศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อศึกษาความเป็นมา บทเพลง ท่ารำมาตรฐาน ตลอดจนจัดเก็บข้อมูลวิดีโอและภาพถ่าย ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ได้ออกแบบและสร้างโมเดลตัวละครสามมิตินางอัปสรสราญ พร้อมทั้งบันทึกการเคลื่อนไหวจริงด้วยระบบโมชันแคปเจอร์เชิงแม่เหล็กไฟฟ้า (Motion Capture) นำมาเชื่อมโยงโครงกระดูกและริกกิ้ง (Rigging & Retargeting) เพื่อสร้างชุดข้อมูลการเคลื่อนไหว 3 มิติแบบ 360 องศา (ไฟล์ .GLB/.glTF) จัดเก็บและเผยแพร่บนระบบคลังจดหมายเหตุดิจิทัลแบบมีชีวิต (Living Digital Archives) บนเว็บแอปพลิเคชันที่พัฒนาด้วยภาษา PHP, SQL, JavaScript, HTML5 และ Laravel ผลการวิจัยทำให้ได้ต้นแบบนาฏศิลป์พื้นเมืองที่ประยุกต์ศิลปะโบราณจากศิลาจำหลักเข้ากับการแสดงร่วมสมัย ระบบฐานข้อมูลการเคลื่อนไหวสามมิติที่สมจริง ตลอดจนองค์ความรู้และคู่มือแนวทางการขึ้นบัญชีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนตระหนักถึงคุณค่า และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลด้วยทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์อย่างยั่งยืน